พัฒนาที่ดิน 1 ไร่กว่า เป็นอาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัย 10 คูหา
“มีที่ดินติดถนนสายหลักอยู่ประมาณ 1 ไร่กว่า อยากทำอาคารพาณิชย์ แต่ไม่อยากได้ตึกแถวหน้าตาเหมือนทุกที่ ทำอย่างไรให้ขายได้ราคาและปล่อยเช่าได้จริง” นี่คือโจทย์ที่เจ้าของที่ดินรายนี้นำมาปรึกษา Queen Enterprise บทความนี้คือกรณีศึกษาจากโครงการที่ Queen Enterprise รับวางแผนพัฒนาที่ดิน ออกแบบสถาปัตยกรรม และออกแบบตกแต่งภายในให้ลูกค้า เป็นอาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัย (Mixed-use Shophouse) 10 คูหา หน้ากว้าง 6 เมตร ลึก 16 เมตร สูง 3 ชั้นพร้อมดาดฟ้า เล่าครบตั้งแต่การวางผังที่ดิน งบก่อสร้าง ราคาขาย ค่าเช่า ผลตอบแทน (ROI) ไปจนถึงระยะเวลาคืนทุน เพื่อให้เจ้าของที่ดินเห็นภาพชัดว่าที่ดินขนาดนี้สร้างมูลค่าได้เท่าไร
อัลบั้มภาพโครงการ
โจทย์ของเจ้าของที่ดิน: ทำอาคารพาณิชย์อย่างไรให้ไม่เหมือนตึกแถวทั่วไป
ตลาดอาคารพาณิชย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสินค้าจำนวนมาก โครงการของผู้พัฒนารายใหญ่ส่วนใหญ่เป็นตึกแถวหน้ากว้าง 4–5 เมตร พื้นที่ 125–190 ตารางเมตร หน้าตาคล้ายกัน แข่งกันที่ราคา ถ้าเจ้าของที่ดินสร้างสินค้าแบบเดียวกัน ก็ต้องลงไปแข่งราคาในตลาดเดียวกัน Queen Enterprise จึงเริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) เพื่อหาช่องว่างในตลาดก่อนออกแบบ
คำตอบคือ อาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัยที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไลฟ์สไตล์ เช่น คาเฟ่ บิสโทร ร้านสัตว์เลี้ยง คลินิกความงาม และสตูดิโอ ซึ่งต้องการหน้าร้านที่สวย พื้นที่จัดกิจกรรม และที่พักในตัว หน้ากว้าง 6 เมตรให้หน้าร้านที่โดดเด่นกว่าตึกแถว 4 เมตรอย่างชัดเจน ความลึก 16 เมตรทำให้ชั้นล่างวางที่นั่งร้านอาหารได้จริง และพื้นที่รวมเกือบ 300 ตารางเมตรสมกับสินค้าระดับพรีเมียม ส่วนดาดฟ้าที่ใช้ทำธุรกิจได้เป็นจุดขายที่หาได้ยากในตลาด
อาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัย (Mixed-use Shophouse) คืออะไร
อาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัย คืออาคารที่ออกแบบให้ใช้ค้าขาย ทำงาน และอยู่อาศัยได้ในอาคารเดียว บางคนเรียกว่าโฮมออฟฟิศ (Home Office) หรือช็อปเฮาส์ (Shophouse) ข้อดีคือเจ้าของธุรกิจไม่ต้องเช่าหน้าร้านและเช่าที่พักแยกกัน ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง ส่วนนักลงทุนแยกปล่อยเช่าทีละชั้นได้ ทำให้ได้ค่าเช่ารวมสูงกว่าการปล่อยเช่าทั้งอาคาร
| ชั้น | การใช้งาน | พื้นที่ (ตร.ม.) |
|---|---|---|
| ชั้น 1 | หน้าร้าน คาเฟ่ ร้านบริการ เคาน์เตอร์หน้าร้าน ที่นั่งลูกค้า ห้องน้ำ และพื้นที่เก็บของหลังร้าน | 96 |
| ชั้น 2 | พื้นที่อเนกประสงค์ ออฟฟิศ ห้องทำงาน หรือห้องทรีตเมนต์ พร้อมห้องน้ำและระเบียงหน้า | 96 |
| ชั้น 3 | ที่พักอาศัย ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็ก ห้องนั่งเล่น มุมครัว ห้องน้ำ และระเบียง | 96 |
| ดาดฟ้า | รูฟท็อปพร้อมหลังคาระแนง ทำร้านอาหาร บาร์ หรือพื้นที่จัดกิจกรรมได้ | 96 |
| รวม | พื้นที่ภายในอาคาร 288 ตร.ม. + ดาดฟ้า 96 ตร.ม. | 384 |


ที่ดินต้องใช้กี่ไร่: วางผังอาคาร 10 คูหา บนที่ดินประมาณ 570 ตารางวา
คำถามแรกของเจ้าของที่ดินทุกคนคือ ที่ดินของตัวเองทำได้กี่คูหา และต้องเผื่อพื้นที่รอบอาคารเท่าไร อาคารพาณิชย์ไม่ได้ใช้ที่ดินแค่ตัวอาคาร แต่ต้องมีถนนทางเข้า ที่จอดรถ ทางเดินหน้าร้าน ที่ว่างด้านหลัง และระยะห่างระหว่างอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร
ประเด็นสำคัญที่เจ้าของที่ดินหลายคนไม่รู้คือ กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้ตึกแถวที่สร้างติดต่อกันยาวได้ไม่เกิน 40 เมตร ถ้ายาวกว่านั้นต้องแบ่งเป็นกลุ่มและเว้นระยะระหว่างกลุ่มไม่น้อยกว่า 4 เมตร อาคาร 10 คูหาหน้ากว้าง 6 เมตรยาวรวม 60 เมตร เราจึงวางผังเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คูหา ยาวกลุ่มละ 30 เมตร คั่นกลางด้วยทางเดินสวนกว้าง 4 เมตร ผลพลอยได้คือโครงการมีคูหาหัวมุมถึง 4 คูหา ซึ่งขายและปล่อยเช่าได้ราคาสูงกว่าคูหากลาง
| ส่วนของผังโครงการ | ขนาด |
|---|---|
| ด้านกว้าง (หน้าที่ดิน) | |
| อาคาร 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คูหา | 30 ม. × 2 |
| ทางเดินสวนระหว่างกลุ่มอาคาร | 4 ม. |
| ระยะห่างจากเขตที่ดินด้านข้าง 2 ฝั่ง | 2 ม. × 2 |
| รวมหน้าที่ดิน | 68 ม. |
| ด้านลึก (จากถนนสาธารณะ) | |
| ถนนภายในโครงการ (รถสวนกันได้) | 6 ม. |
| ที่จอดรถหน้าอาคาร | 5.5 ม. |
| ทางเดินหน้าร้าน (Walkway) | 3 ม. |
| ตัวอาคาร | 16 ม. |
| ที่ว่างด้านหลังอาคาร | 3 ม. |
| รวมความลึกที่ดิน | 33.5 ม. |
| ขนาดที่ดินรวม 68 × 33.5 ม. | 2,278 ตร.ม. ≈ 570 ตร.ว. |
ที่ดินที่ใช้จึงประมาณ 570 ตารางวา หรือ 1 ไร่ 1 งาน 70 ตารางวา หน้าที่ดินควรกว้างไม่น้อยกว่า 68 เมตร และติดถนนสาธารณะที่รถเข้าออกสะดวก ลานจอดรถจอดได้ประมาณ 22 คัน หรือคูหาละ 2 คัน ระยะถอยร่นและที่ว่างจริงขึ้นกับความกว้างถนนหน้าที่ดิน ผังเมือง และข้อบัญญัติท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ ทีมของเราตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ก่อนเริ่มออกแบบทุกครั้ง
ทำไมเลือกหน้ากว้าง 6 เมตร ลึก 16 เมตร
ตึกแถวมาตรฐานในตลาดกว้าง 4–4.5 เมตร โฮมออฟฟิศพรีเมียมกว้าง 5–5.7 เมตร หน้ากว้าง 6 เมตรจึงโดดเด่นกว่าตลาดแล้ว หากขยายเป็น 7 เมตร บนที่ดินเท่าเดิมจะได้เพียง 8 คูหา ค่าโครงสร้างต่อตารางเมตรสูงขึ้น ราคาขายต่อคูหาขึ้นไปราว 22 ล้านบาท ผู้ซื้อน้อยลง และกำไรรวมทั้งโครงการลดลง ส่วนธุรกิจที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ ซื้อ 2 คูหาแล้วเปิดทะลุเป็นหน้ากว้าง 12 เมตรได้ เราเลือกเพิ่มความลึกเป็น 16 เมตรแทน เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้นโดยไม่เสียจำนวนคูหา
คูหาหัวมุมพรีเมียม 4 คูหา
การแบ่งอาคารเป็น 2 กลุ่มทำให้มีคูหาหัวมุม 4 คูหา ปรับให้เปิดหน้าต่างและหน้าร้านด้านข้างได้ มองเห็นได้จาก 2 ทิศ เหมาะกับร้านอาหาร ธนาคาร หรือคลินิก จึงตั้งราคาขายหรือค่าเช่าสูงกว่าคูหากลางได้ ตัวเลขในบทความนี้ยังคิดราคาเท่ากันทุกคูหา รายได้จริงจากคูหาหัวมุมจึงมีโอกาสสูงกว่านี้
กฎหมายที่ต้องรู้ก่อนสร้างอาคารพาณิชย์ และผังนี้ผ่านอย่างไร
ความต่างระหว่างนักพัฒนาที่ดินมืออาชีพกับการ “สร้างให้เสร็จแล้วค่อยขาย” คือการออกแบบให้ผ่านกฎหมายตั้งแต่เส้นแรก เพราะแบบที่ผิดกฎหมายแม้เพียงจุดเดียว อาจทำให้ไม่ได้ใบอนุญาตก่อสร้าง ต้องแก้แบบ เสียเวลาหลายเดือน หรือเสียจำนวนคูหาไป กฎหมายหลักที่ใช้กับอาคารพาณิชย์คือกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ตารางนี้สรุปข้อกำหนดสำคัญของตึกแถวและอาคารพาณิชย์ เทียบกับผังของโครงการนี้
| ข้อกำหนด | เกณฑ์ตามกฎหมาย | ผังโครงการนี้ |
|---|---|---|
| ความยาวตึกแถวที่สร้างติดกัน | ทุก 10 คูหา หรือยาวรวม 40 ม. ต้องเว้นที่ว่างด้านข้างตลอดความลึกอาคาร | แบ่ง 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คูหา ยาว 30 ม. |
| ที่ว่างระหว่างกลุ่มอาคาร | ไม่น้อยกว่า 4 ม. | ทางเดินสวน 4 ม. |
| ความกว้างคูหา | ไม่น้อยกว่า 4 ม. วัดจากศูนย์กลางเสา | 6 ม. |
| ความลึกอาคาร | ไม่เกิน 24 ม. | 16 ม. |
| พื้นที่ชั้นล่างต่อคูหา | ไม่น้อยกว่า 30 ตร.ม. | 96 ตร.ม. |
| ที่ว่างด้านหลังอาคาร | ไม่น้อยกว่า 3 ม. | 3 ม. |
| ระยะห่างจากเขตที่ดินข้างเคียง | ไม่น้อยกว่า 2 ม. | 2 ม. |
| ที่ว่างด้านหน้า (กรณีไม่ได้หันหน้าออกถนนสาธารณะ สูงไม่เกิน 3 ชั้น) | ไม่น้อยกว่า 6 ม. | 14.5 ม. (ถนนภายใน + ที่จอดรถ + ทางเดิน) |
| สัดส่วนที่ว่างของอาคาร | อาคารพาณิชย์ 10% ของพื้นที่ชั้นที่มากที่สุด แต่ถ้าใช้อยู่อาศัยด้วยต้องมี 30% | ใช้เกณฑ์ 30% เพราะชั้น 3 เป็นที่พักอาศัย ที่ดินเหลือที่ว่างกว่า 1,300 ตร.ม. |
| ระยะร่นจากถนนสาธารณะ | อาคารพาณิชย์เกิน 2 ชั้นริมถนนกว้างไม่ถึง 10 ม. ร่นจากกึ่งกลางถนนไม่น้อยกว่า 6 ม. ถนนกว้าง 10–20 ม. ร่นจากเขตถนนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของความกว้างถนน | ตัวอาคารห่างเขตถนนสาธารณะ 14.5 ม. ผ่านทุกกรณี |
นอกจากกฎกระทรวงแล้ว ยังต้องตรวจผังเมืองรวมของพื้นที่ ซึ่งกำหนดว่าที่ดินสีใดสร้างอาคารพาณิชย์ได้หรือไม่ และกำหนดอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio: FAR) กับอัตราส่วนที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (Open Space Ratio: OSR) รวมถึงข้อบัญญัติท้องถิ่น เช่น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมอาคาร ซึ่งบางข้ออาจเข้มกว่ากฎกระทรวง ทีม Queen Enterprise ตรวจทั้งหมดนี้ตั้งแต่ขั้นศึกษาความเป็นไปได้ ก่อนเจ้าของที่ดินจะเสียค่าออกแบบแม้แต่บาทเดียว
ขาย 10 คูหา ต้องขออนุญาตจัดสรรที่ดินหรือไม่?
อีกเรื่องที่เจ้าของที่ดินมักมองข้ามคือพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดว่าการแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปเพื่อจำหน่าย รวมถึงการแบ่งเพิ่มภายใน 3 ปีจนรวมกันครบ 10 แปลง ถือเป็นการจัดสรรที่ดิน ต้องได้รับอนุญาตก่อน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 40,000–100,000 บาท โครงการจัดสรรต้องจัดสาธารณูปโภคให้ครบตามมาตรฐาน และต้องดูแลพื้นที่ส่วนกลางระยะยาว
หากแยกโฉนดขายครบทั้ง 10 คูหา โครงการนี้จึงต้องขออนุญาตจัดสรร ซึ่งทำได้แต่ใช้เวลาและต้นทุนเพิ่ม นี่คืออีกเหตุผลที่เราแนะนำกลยุทธ์ขาย 6 คูหา เก็บ 4 คูหาไว้ในโฉนดแปลงแม่เพื่อปล่อยเช่า เพราะจำนวนแปลงที่แบ่งขายต่ำกว่าเกณฑ์ ช่วยลดขั้นตอนและภาระพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งนี้การตีความในแต่ละกรณีขึ้นกับคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด ควรตรวจสอบก่อนวางแผนการขายทุกครั้ง
หลักการออกแบบที่ทำให้อาคารพาณิชย์ขายได้และปล่อยเช่าได้นาน
- ทิศทางอาคาร หน้าอาคารที่หันทิศเหนือหรือทิศใต้รับแดดบ่ายน้อยที่สุด ถ้าที่ดินบังคับให้หันทิศตะวันตก ต้องใช้กันสาดลึกและระเบียงช่วยบังแดด เหมือนกันสาดผ้าและระเบียงเหล็กในโครงการนี้ ช่วยลดค่าไฟและทำให้หน้าร้านน่านั่งตลอดวัน
- ชั้นล่างต้องสูงพอสำหรับร้านค้า ร้านอาหารและคาเฟ่ต้องเดินท่อดูดควัน ท่อแอร์ และงานระบบเหนือฝ้า เราจึงออกแบบให้ชั้นล่างสูงกว่าชั้นพักอาศัย หน้าร้านจะโปร่งและติดป้ายร้านได้เด่น
- เตรียมงานระบบรองรับธุรกิจไว้ล่วงหน้า ไฟฟ้า 3 เฟส ช่องท่อระบายควันจากชั้นล่างขึ้นหลังคา บ่อดักไขมัน และตำแหน่งวางคอยล์ร้อนด้านหลัง ทำให้ร้านอาหารเช่าได้โดยไม่ต้องรื้อแก้ ขยายกลุ่มผู้เช่าและเพิ่มค่าเช่า
- ดาดฟ้าที่ใช้งานได้จริง ออกแบบโครงสร้างรับน้ำหนักคนชุมนุม ระบบกันซึมหลายชั้น จุดระบายน้ำ และทางขึ้นลงที่ปลอดภัย ดาดฟ้าจึงกลายเป็นพื้นที่ทำเงิน ไม่ใช่จุดที่รั่วซึมในภายหลัง
- ช่องว่างระหว่างกลุ่มอาคารคือจุดขาย ทางเดินสวน 4 ม. ที่กฎหมายบังคับ เราเปลี่ยนให้เป็นทางลัดร่มรื่นที่คนเดินผ่าน ช่วยระบายอากาศ รับแสงธรรมชาติ และสร้างคูหาหัวมุม 4 คูหา
- หน้าตาเดียวกันทั้งโครงการ กันสาด สีอาคาร และป้ายร้านที่กำหนดแนวทางร่วมกัน ทำให้โครงการดูเป็นถนนช็อปปิ้ง ไม่ใช่ตึกแถวที่ต่างคนต่างตกแต่ง ซึ่งช่วยรักษามูลค่าทรัพย์ในระยะยาว
ออกแบบให้ไม่เหมือนใคร: หน้าตาอาคารคือเครื่องมือขาย
อาคารพาณิชย์ทั่วไปมักออกแบบให้ก่อสร้างง่ายและถูกที่สุด แต่ในโครงการนี้ Queen Enterprise ใช้หน้าตาอาคารเป็นเครื่องมือขายและเพิ่มค่าเช่า ด้านหน้าเป็นสถาปัตยกรรมคลาสสิกร่วมสมัยโทนขาว เส้นกรอบหน้าต่างสีดำ ระเบียงเหล็กดัดลายโปร่ง และกันสาดผ้าสีดำ ให้ภาพเหมือนถนนช็อปปิ้งในยุโรป ร้านค้าทุกคูหาจึงถ่ายรูปออกมาสวย ลูกค้าอยากมาเช็กอิน และเจ้าของธุรกิจยอมจ่ายค่าเช่าสูงกว่าตึกแถวทั่วไป
- หน้ากว้าง 6 เมตร กว้างกว่าตึกแถวทั่วไป 1.5–2 เท่า จัดหน้าร้านได้โปร่ง วางที่นั่งด้านหน้าได้
- กระจกสูงเต็มผนังชั้นล่าง ให้หน้าร้านเปิดโล่ง มองเห็นสินค้าและบรรยากาศจากถนน
- ทางเดินหน้าร้านกว้าง 3 เมตร วางโต๊ะนั่งริมทาง ร่มกันแดด และกระถางต้นไม้ได้
- ระเบียงชั้น 2 และ 3 เพิ่มแสงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวให้ส่วนพักอาศัย
- ดาดฟ้าพร้อมหลังคาระแนง ทำร้านอาหาร บาร์ หรือจัดงานส่วนตัวได้ เพิ่มรายได้อีกชั้น
ออกแบบ ตกแต่ง และก่อสร้างครบในทีมเดียว
Queen Enterprise ดูแลโครงการพัฒนาที่ดินแบบครบวงจร (Design & Build) ตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ วางผังโครงการ ออกแบบสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน งานระบบไฟฟ้า ประปา ปรับอากาศ (MEP) ขออนุญาตก่อสร้าง ไปจนถึงรับเหมาก่อสร้างและส่งมอบ เจ้าของที่ดินมีคู่สัญญาเดียว งบประมาณทุกรายการอยู่ในบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (BOQ) ที่ตรวจสอบได้ ส่วนภายในชั้น 3 ออกแบบให้เป็นที่พักอาศัยที่สวยพร้อมอยู่ ช่วยให้ผู้ซื้อเห็นภาพการใช้ชีวิตจริงและตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น
งบลงทุน: คูหาละ 11.72 ล้านบาท รวม 10 คูหา 117.2 ล้านบาท
ที่ดินเป็นของเจ้าของอยู่แล้ว งบลงทุนในตารางนี้จึงเป็นงบก่อสร้างทั้งหมดจนพร้อมขายหรือพร้อมปล่อยเช่า รวมงานถนน ที่จอดรถ และระบบสาธารณูปโภคของทั้งโครงการ ไม่รวมมูลค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคารคิดที่ 32,000 บาทต่อตารางเมตร ครอบคลุมโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบ และงานตกแต่งผิวพื้นฐานพร้อมใช้
งานถนนและสาธารณูปโภคของโครงการ
ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของที่ดินมักลืมคิดคืองานนอกตัวอาคาร ทั้งการถมดิน ทำถนนทางเข้า ทางเชื่อมถนนสาธารณะ ระบบระบายน้ำ และการขยายเขตไฟฟ้า ซึ่งรวมกันแล้วเป็นเงินหลายล้านบาท เราจึงแยกงบส่วนนี้ให้เห็นชัด
| งานนอกอาคาร | รายละเอียด | บาท |
|---|---|---|
| ถมดินปรับระดับ | ทั้งแปลง 2,278 ตร.ม. หนาเฉลี่ย 50 ซม. (1,139 ลบ.ม. × 450 บาท) | 512,550 |
| ถนนภายใน | คอนกรีตเสริมเหล็กหนา 15 ซม. กว้าง 6 ม. ยาว 68 ม. (408 ตร.ม. × 1,200 บาท) | 489,600 |
| ลานจอดรถ | คอนกรีตเสริมเหล็ก 330 ตร.ม. × 1,100 บาท จอดได้ 22 คัน | 363,000 |
| ทางเดินหน้าร้าน | ปูกระเบื้องกันลื่น 180 ตร.ม. × 1,800 บาท | 324,000 |
| ทางเชื่อมเข้าถนนสาธารณะ | 2 จุด พร้อมท่อลอดและค่าขออนุญาตเชื่อมทาง | 240,000 |
| ระบบระบายน้ำ | ท่อคอนกรีตพร้อมบ่อพักรอบโครงการ 170 ม. × 2,800 บาท | 476,000 |
| บ่อหน่วงน้ำฝน | ตามข้อกำหนดท้องถิ่น | 300,000 |
| ระบบไฟฟ้า | หม้อแปลง 400 kVA ขยายเขตไฟฟ้า เสาและสายแรงสูง | 1,500,000 |
| ระบบประปา | ท่อเมนและมิเตอร์ 10 จุด | 180,000 |
| ไฟส่องสว่าง | ถนนและลานจอดรถ 14 ต้น × 25,000 บาท | 350,000 |
| ระบบบำบัดน้ำเสียรวม | 400,000 | |
| รั้ว | ด้านข้างและด้านหลัง 135 ม. × 3,500 บาท | 472,500 |
| งานภูมิทัศน์ | ต้นไม้ กระบะต้นไม้ และทางเดินสวนระหว่างอาคาร | 300,000 |
| รวมงานนอกอาคาร | เฉลี่ยคูหาละ 590,765 บาท | 5,907,650 |
งบลงทุนรวมต่อคูหา
| รายการ | รายละเอียด | ต่อคูหา (บาท) | 10 คูหา (บาท) |
|---|---|---|---|
| งานก่อสร้างอาคาร | 288 ตร.ม. × 32,000 บาท/ตร.ม. โครงสร้าง สถาปัตยกรรม งานระบบ และงานตกแต่งผิวพื้นฐาน | 9,216,000 | 92,160,000 |
| งานดาดฟ้า | 96 ตร.ม. × 12,000 บาท/ตร.ม. ระบบกันซึม พื้นดาดฟ้า หลังคาระแนง กระบะต้นไม้ และราวกันตก | 1,152,000 | 11,520,000 |
| งานถนนและสาธารณูปโภค | เฉลี่ยจากตารางด้านบน | 590,765 | 5,907,650 |
| ค่าออกแบบและขออนุญาตก่อสร้าง | ใช้แบบเดียวกันทั้ง 10 คูหา | 200,000 | 2,000,000 |
| เงินสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาด (Contingency) | 5% | 557,938 | 5,579,380 |
| รวมงบลงทุน | ไม่รวมมูลค่าที่ดิน | 11,716,703 | 117,167,030 |
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ทำไมต้องวางแผนการขายให้รอบคอบ
ก่อนตั้งราคาขาย นักพัฒนาที่ดินต้องอ่านตลาดให้ออก ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่าครึ่งแรกของปี 2569 ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศอยู่ที่ 167,665 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.6% มูลค่า 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% ได้แรงหนุนจากการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่ขยายเวลาถึง 30 มิถุนายน 2570 และการผ่อนเกณฑ์ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย REIC คาดว่าทั้งปี 2569 มูลค่าการโอนจะอยู่ที่ราว 880,760 ล้านบาท และปี 2570 เติบโตต่อเป็นราว 908,358 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนก่อสร้างและราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570
อีกด้านหนึ่ง สื่อธุรกิจรายงานว่าสต็อกที่อยู่อาศัยรอขายทั่วประเทศมีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท และผลสำรวจของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรพบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อรายย่อยเฉลี่ยราว 40% ในครึ่งแรกของปี 2569 ปัญหาหลักของตลาดจึงไม่ใช่ความต้องการ แต่เป็นการเข้าถึงสินเชื่อ
| สัญญาณตลาด | ความหมายต่อโครงการนี้ |
|---|---|
| ยอดโอนฟื้นตัว มาตรการรัฐยังช่วยลดต้นทุนการโอน | เป็นจังหวะที่ดีในการเปิดขาย โดยเฉพาะช่วงที่มาตรการลดค่าธรรมเนียมยังมีผล |
| สต็อกที่อยู่อาศัยค้างสูง ผู้ขายแข่งลดราคา | สินค้าต้องแตกต่าง โครงการนี้ไม่แข่งกับตึกแถวทั่วไป เพราะขายพื้นที่ทำธุรกิจพร้อมที่อยู่ ไม่ใช่บ้านอย่างเดียว |
| ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อรายย่อยสูง | กลุ่มเป้าหมายคือเจ้าของธุรกิจที่มีรายได้ชัดเจนและนักลงทุนที่มีเงินสด และการเก็บคูหาไว้ปล่อยเช่าช่วยลดการพึ่งพาสินเชื่อของผู้ซื้อ |
| ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่มีผลปี 2570 | มูลค่าที่ดินของเจ้าของมีแนวโน้มสูงขึ้น การพัฒนาเพื่อเก็บไว้บางส่วนจึงได้ทั้งรายได้และมูลค่าทรัพย์สิน |
ข้อสรุปจากตัวเลขตลาดคือ โครงการที่ขายได้ในปีนี้ต้องมีจุดต่างชัด ตั้งราคาสมเหตุสมผล และมีแผนสำรองด้านกระแสเงินสด กลยุทธ์ขายบางส่วนและเก็บบางส่วนไว้ปล่อยเช่าจึงเหมาะกับสภาพตลาดปี 2569 มากที่สุด
ราคาขาย: คูหาละ 18.9 ล้านบาท
ราคาขายอ้างอิงตลาดอาคารพาณิชย์และโฮมออฟฟิศโครงการใหม่ ซึ่งสินค้าหน้ากว้าง 4–5 เมตรในทำเลชานเมือง พื้นที่ 125–190 ตารางเมตร เปิดขายเริ่มต้นราว 3.7–6.3 ล้านบาท ส่วนโฮมออฟฟิศระดับพรีเมียมในเมือง พื้นที่ 380–536 ตารางเมตร เปิดขายเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท หรือราว 46,000–66,000 บาทต่อตารางเมตร โครงการนี้หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ภายใน 288 ตารางเมตรพร้อมดาดฟ้าใช้งานได้อีก 96 ตารางเมตร และงานออกแบบที่โดดเด่นกว่าตลาด จึงตั้งราคาขายไว้ที่คูหาละ 18.9 ล้านบาท หรือประมาณ 65,600 บาทต่อตารางเมตรของพื้นที่ภายใน ใกล้เคียงโฮมออฟฟิศพรีเมียมในเมือง แต่ราคาต่อคูหาต่ำกว่าเกือบ 6 ล้านบาท เหมาะกับทำเลติดถนนสายหลักที่มีชุมชนและกำลังซื้อรองรับ
| สร้างแล้วขาย | ต่อคูหา (บาท) | 10 คูหา (บาท) |
|---|---|---|
| ราคาขาย | 18,900,000 | 189,000,000 |
| ค่าธรรมเนียมโอนส่วนผู้ขาย 1% | (189,000) | (1,890,000) |
| ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% | (623,700) | (6,237,000) |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% | (189,000) | (1,890,000) |
| ค่าการตลาดและนายหน้า 3% | (567,000) | (5,670,000) |
| เงินที่ได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายการขาย | 17,331,300 | 173,313,000 |
| หักงบลงทุน | (11,716,703) | (117,167,030) |
| ส่วนต่างที่เจ้าของได้ (รวมมูลค่าที่ดิน) | 5,614,597 | 56,145,970 |
ส่วนต่าง 56.15 ล้านบาทนี้ยังรวมมูลค่าที่ดินของเจ้าของ และยังไม่หักภาษีเงินได้ซึ่งขึ้นกับว่าขายในนามบุคคลหรือนิติบุคคล อาคารพาณิชย์ 10 คูหาในทำเลดีมักขายหมดภายใน 12–18 เดือน การเปิดขายตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง (Pre-sale) ช่วยให้ได้เงินดาวน์มาหมุนเวียนระหว่างก่อสร้าง ลดภาระเงินทุนของเจ้าของที่ดิน
ถ้าปล่อยเช่า: ค่าเช่าเดือนละเท่าไร
อาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัยปล่อยเช่าได้ 2 แบบ คือให้เช่าทั้งอาคาร หรือแยกเช่าเป็นส่วน การแยกเช่าได้ค่าเช่ารวมสูงกว่า เพราะหน้าร้านชั้น 1 คือพื้นที่ที่ธุรกิจยอมจ่ายแพงที่สุด ค่าเช่าอ้างอิงตลาดอาคารพาณิชย์ในเขตชั้นกลางของกรุงเทพฯ ที่อยู่ราว 45,000 บาทต่อเดือนสำหรับอาคาร 150–225 ตารางเมตร โครงการนี้ใหญ่กว่า หน้ากว้างกว่า และมีดาดฟ้า จึงตั้งค่าเช่าดังนี้
| รายได้ค่าเช่าต่อคูหา (ต่อเดือน) | บาท |
|---|---|
| หน้าร้านชั้น 1 ขนาด 96 ตร.ม. (ร้านค้า คาเฟ่ ร้านบริการ) | 55,000 |
| ชั้น 2–3 และดาดฟ้า (ออฟฟิศพร้อมที่พักอาศัย) | 38,000 |
| รวมค่าเช่าต่อเดือน | 93,000 |
| หักเผื่อช่วงว่างระหว่างเปลี่ยนผู้เช่า 1 เดือนต่อปี (8.3%) | (7,750) |
| หักซ่อมบำรุง ประกันภัย และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (3.7%) | (3,410) |
| รายได้สุทธิต่อคูหา | 81,840 |
| สรุปการปล่อยเช่า | ต่อคูหา/เดือน | ต่อคูหา/ปี | 10 คูหา/เดือน | 10 คูหา/ปี |
|---|---|---|---|---|
| ค่าเช่ารวม | 93,000 | 1,116,000 | 930,000 | 11,160,000 |
| หักค่าใช้จ่าย 12% | (11,160) | (133,920) | (111,600) | (1,339,200) |
| กำไรสุทธิ | 81,840 | 982,080 | 818,400 | 9,820,800 |
| ผลตอบแทน (ROI) เทียบงบลงทุน | 8.4% ต่อปี · คืนทุนประมาณ 11 ปี 11 เดือน | |||
ทดสอบตัวเลข 3 สถานการณ์
| สถานการณ์ | ค่าเช่า/เดือน | สุทธิ/เดือน | ROI/ปี | คืนทุน |
|---|---|---|---|---|
| ระมัดระวัง | 80,000 | 70,400 | 7.2% | 13.9 ปี |
| กรณีฐาน | 93,000 | 81,840 | 8.4% | 11.9 ปี |
| ทำเลดี | 105,000 | 92,400 | 9.5% | 10.6 ปี |
ผลตอบแทน 7–10% ต่อปีเป็นระดับปกติของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่ปล่อยเช่าระยะยาว จุดแข็งคือผู้เช่าเซ็นสัญญา 3 ปีขึ้นไป รายได้มั่นคง และค่าบริหารจัดการต่ำกว่าที่พักรายวันมาก แต่ถ้าปล่อยเช่าทั้ง 10 คูหา จะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 12 ปี นักพัฒนาที่ดินส่วนใหญ่จึงเลือกขายบางส่วนเพื่อดึงทุนกลับมาก่อน
| ปล่อยเช่าทั้ง 10 คูหา | กำไร/เดือน | สะสม (บาท) | คืนทุน |
|---|---|---|---|
| ปีที่ 1 (หาผู้เช่า 3 เดือน) | 613,800 | 7,365,600 | 6% |
| ปีที่ 3 | 818,400 | 27,007,200 | 23% |
| ปีที่ 5 | 818,400 | 46,648,800 | 40% |
| ปีที่ 8 | 818,400 | 76,111,200 | 65% |
| ปีที่ 10 | 818,400 | 95,752,800 | 82% |
| ปีที่ 12 | 818,400 | 115,394,400 | 98% |
| ปีที่ 13 | 818,400 | 125,215,200 | 107% |
ทางเลือกที่เราแนะนำ: ขาย 6 คูหา เก็บ 4 คูหาไว้ปล่อยเช่า
สำหรับอาคารพาณิชย์ กลยุทธ์ที่นักพัฒนาที่ดินมืออาชีพนิยมคือขายคูหาส่วนใหญ่เพื่อคืนทุนก่อสร้าง แล้วเก็บคูหาทำเลดีที่สุด เช่น คูหาหัวมุม ไว้สร้างรายได้ระยะยาว
| แบบผสม ขาย 6 เก็บ 4 | บาท |
|---|---|
| ขาย 6 คูหา × 18.9 ล้านบาท หลังหักค่าโอน ภาษี และค่าการตลาด | 103,987,800 |
| หักงบลงทุนทั้ง 10 คูหา | (117,167,030) |
| ทุนที่เหลือต้องคืน | 13,179,230 |
| กำไรค่าเช่า 4 คูหา ต่อเดือน | 327,360 |
| กำไรค่าเช่า 4 คูหา ต่อปี | 3,928,320 |
| คืนทุนทั้งโครงการ | ประมาณ 3 ปี 4 เดือนหลังขายครบ |
ผลคือเจ้าของที่ดินได้ทุนคืนเกือบ 90% จากการขาย และคืนครบภายในประมาณ 3 ปี 4 เดือนหลังขายครบ หลังจากนั้นยังมีอาคารพาณิชย์ 4 คูหาที่สร้างกำไรเดือนละ 327,360 บาท หรือปีละกว่า 3.9 ล้านบาทไปตลอด แนะนำให้เก็บคูหาหัวมุมไว้ เพราะค่าเช่าสูงที่สุด พร้อมที่ดินส่วนที่เหลือที่มูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี
ขั้นตอนพัฒนาที่ดินกับ Queen Enterprise
| ขั้นตอน | สิ่งที่ทำ | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| 1. ศึกษาความเป็นไปได้ | สำรวจที่ดิน ตรวจผังเมือง วิเคราะห์ทำเล คู่แข่ง ราคาขาย และค่าเช่า ทำประมาณการงบลงทุนและผลตอบแทน | 1 เดือน |
| 2. ออกแบบและขออนุญาต | วางผังโครงการ ออกแบบสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน งานระบบ ทำ BOQ และยื่นขออนุญาตก่อสร้าง | 3–4 เดือน |
| 3. เปิดขายและก่อสร้าง | เปิดขายล่วงหน้าพร้อมภาพจำลอง ก่อสร้างอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง รายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ | 10–12 เดือน |
| 4. ส่งมอบและหาผู้เช่า | ตรวจรับงาน โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ และหาผู้เช่าสำหรับคูหาที่เก็บไว้ | 1–3 เดือน |
ปัจจัยที่ทำให้โครงการอาคารพาณิชย์ประสบความสำเร็จ
- ทำเลต้องมีคนผ่าน อาคารพาณิชย์ขายได้ดีเมื่อติดถนนที่มีการจราจร ชุมชนหนาแน่น หรือใกล้แหล่งงาน ทำเลคือปัจจัยที่กำหนดทั้งราคาขายและค่าเช่า
- ที่จอดรถหน้าร้าน ลูกค้าของร้านค้าและคาเฟ่ต้องจอดรถได้สะดวก โครงการนี้จึงวางที่จอดรถไว้หน้าอาคารทุกคูหา
- ออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย ผังภายในที่ยืดหยุ่นทำให้ขายหรือปล่อยเช่าได้กับธุรกิจหลายประเภท ไม่ผูกกับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง
- ควบคุมงบก่อสร้าง ทุกรายการอยู่ใน BOQ เจ้าของที่ดินรู้ตั้งแต่วันแรกว่าเงินแต่ละบาทไปอยู่ที่ไหน
- วางแผนการขายตั้งแต่ก่อนสร้าง ภาพจำลองที่สวยและสมจริงช่วยให้เปิดขายล่วงหน้าได้ ลดความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด
คำถามที่พบบ่อยเรื่องพัฒนาที่ดินเป็นอาคารพาณิชย์
ที่ดิน 1 ไร่ สร้างอาคารพาณิชย์ได้กี่คูหา?
สำหรับอาคารหน้ากว้าง 6 เมตร ลึก 16 เมตร พร้อมถนนภายใน ที่จอดรถหน้าอาคาร และระยะห่างระหว่างกลุ่มอาคารตามกฎหมาย ที่ดินประมาณ 570 ตารางวา หรือ 1 ไร่ 1 งาน 70 ตารางวา ทำได้ 10 คูหา ถ้าเป็นหน้ากว้าง 4 เมตรจะได้จำนวนคูหามากขึ้น แต่ราคาขายต่อคูหาจะต่ำลง จำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับหน้ากว้างที่ดิน ความลึก และข้อกำหนดผังเมือง
ค่าก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ตารางเมตรละเท่าไร?
ในกรณีศึกษานี้ ค่าก่อสร้างตัวอาคารอยู่ที่ 32,000 บาทต่อตารางเมตร เมื่อรวมงานดาดฟ้า ถนน ที่จอดรถ ระบบสาธารณูปโภค ค่าออกแบบ และเงินสำรองแล้ว เฉลี่ยคูหาละ 11.72 ล้านบาทสำหรับอาคารหน้ากว้าง 6 เมตร ลึก 16 เมตร 3 ชั้นพร้อมดาดฟ้า ราคาจริงขึ้นกับแบบ วัสดุ และสภาพที่ดิน
ต้องเผื่องบทำถนนและสาธารณูปโภคเท่าไร?
ในกรณีศึกษานี้ งานนอกอาคารทั้งหมด ได้แก่ ถมดิน ถนนภายใน ลานจอดรถ ทางเชื่อมถนนสาธารณะ ระบบระบายน้ำ บ่อหน่วงน้ำ ขยายเขตไฟฟ้า ประปา ไฟส่องสว่าง บำบัดน้ำเสีย และรั้ว รวมประมาณ 5.9 ล้านบาท หรือคูหาละประมาณ 590,000 บาท ตัวเลขจริงขึ้นกับระดับดินเดิมและระยะห่างจากเสาไฟฟ้าแรงสูง
ขายอาคารพาณิชย์ 10 คูหา ต้องขออนุญาตจัดสรรที่ดินหรือไม่?
ถ้าแบ่งโฉนดเป็นแปลงย่อยตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปเพื่อขาย หรือแบ่งเพิ่มภายใน 3 ปีจนครบ 10 แปลง ต้องขออนุญาตจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 การขายบางส่วนและเก็บบางส่วนไว้ในโฉนดแปลงแม่ช่วยให้จำนวนแปลงที่แบ่งขายต่ำกว่าเกณฑ์ได้ ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อนวางแผนการขาย
ตึกแถวสร้างติดกันได้กี่คูหา?
ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ตึกแถวที่สร้างติดกันทุก 10 คูหาหรือยาวรวม 40 เมตร ต้องเว้นที่ว่างด้านข้างไม่น้อยกว่า 4 เมตรตลอดความลึกอาคาร โครงการนี้หน้ากว้างคูหาละ 6 เมตร จึงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คูหา ยาว 30 เมตร
อาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัยต่างจากตึกแถวทั่วไปอย่างไร?
อาคารพาณิชย์พร้อมพักอาศัยออกแบบให้ชั้นล่างเป็นหน้าร้าน ชั้นกลางเป็นออฟฟิศหรือพื้นที่บริการ และชั้นบนเป็นที่พักอาศัยที่สวยพร้อมอยู่ แยกการใช้งานชัดเจน ต่างจากตึกแถวทั่วไปที่เป็นพื้นที่โล่งให้ผู้ซื้อไปจัดการเอง จึงขายได้ราคาสูงกว่าและปล่อยเช่าแยกส่วนได้
สร้างอาคารพาณิชย์ขายหรือปล่อยเช่า แบบไหนคุ้มกว่า?
ถ้าต้องการเงินทุนคืนเร็ว การขายให้ผลดีกว่า ในกรณีศึกษานี้ขายได้ส่วนต่างคูหาละประมาณ 5.61 ล้านบาท ส่วนการปล่อยเช่าให้ผลตอบแทนประมาณ 8.4% ต่อปี คืนทุนประมาณ 12 ปี ทางเลือกที่สมดุลที่สุดคือขายบางส่วนแล้วเก็บบางส่วนไว้ปล่อยเช่า
ดาดฟ้าอาคารพาณิชย์ใช้ทำธุรกิจได้หรือไม่?
ได้ หากออกแบบโครงสร้างให้รับน้ำหนักการใช้งาน ทำระบบกันซึม ทางหนีไฟ และราวกันตกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดาดฟ้าทำเป็นร้านอาหาร บาร์ หรือพื้นที่จัดกิจกรรมได้ และช่วยเพิ่มค่าเช่าหรือราคาขายของแต่ละคูหา
ไม่มีเงินลงทุนก่อสร้างทั้งหมด ทำโครงการได้หรือไม่?
ได้ เจ้าของที่ดินใช้ที่ดินเป็นหลักประกันขอสินเชื่อโครงการ (Project Finance) จากธนาคารได้ และการเปิดขายล่วงหน้าช่วยให้ได้เงินดาวน์มาหมุนเวียนระหว่างก่อสร้าง เราช่วยเตรียมรายงานการศึกษาความเป็นไปได้และตัวเลขกระแสเงินสดที่ธนาคารใช้พิจารณา
Queen Enterprise รับพัฒนาที่ดินและสร้างอาคารพาณิชย์ที่ไหนบ้าง?
รับทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ดูแลตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบ ขออนุญาต ก่อสร้าง ไปจนถึงวางแผนการขายและการปล่อยเช่า
เริ่มต้นปรึกษาต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เพียงเลขโฉนดหรือตำแหน่งที่ดิน ขนาดหน้ากว้างที่ดิน และงบประมาณคร่าว ๆ ทีมของเราจะประเมินเบื้องต้นว่าที่ดินทำได้กี่คูหาและควรพัฒนาเป็นรูปแบบไหน
หมายเหตุ: ข้อกฎหมายในบทความสรุปจากกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) และพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อประกอบความเข้าใจเบื้องต้น ข้อกำหนดจริงขึ้นกับผังเมืองและข้อบัญญัติท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ ข้อมูลตลาดอ้างอิง REIC ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สิงหาคม 2569) งบก่อสร้างถอดจากแบบที่ Queen Enterprise ออกแบบให้ลูกค้า ณ ปี 2569 ราคาขาย ค่าเช่า และผลตอบแทนเป็นประมาณการอ้างอิงราคาตลาด ไม่รวมมูลค่าที่ดินและภาษีเงินได้ ตัวเลขจริงขึ้นกับทำเล แบบ วัสดุ และสภาพตลาด ภาพในบทความเป็นภาพจำลองแนวคิดของโครงการ ผังจริงแบ่งอาคารเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คูหาตามกฎหมายควบคุมอาคาร ชื่อร้านค้าในภาพเป็นตัวอย่างประกอบเท่านั้น สงวนชื่อเจ้าของที่ดินตามความประสงค์ของลูกค้า
มีที่ดินติดถนน อยากรู้ว่าทำอาคารพาณิชย์ได้กี่คูหา คุ้มแค่ไหน
ส่งตำแหน่งที่ดินมาให้เราดู ทีม Queen Enterprise จะประเมินผังโครงการ งบก่อสร้าง และผลตอบแทนเบื้องต้นให้คุณ ก่อนตัดสินใจลงทุนแม้แต่บาทเดียว







