Office & Workspace

บริการออกแบบออฟฟิศ — Office Fit-out and Workspace Design

บริการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศ สำนักงานใหญ่และพื้นที่ทำงานยุคใหม่ในกรุงเทพฯ ครอบคลุมกลยุทธ์พื้นที่ทำงาน (Workplace Strategy) การแปลแบรนด์ลงสู่พื้นที่ (Brand Translation) และการออกแบบพื้นที่ทำงานแบบผสม (Hybrid Workspace Design)

บันทึกเพื่อการตัดสินใจ (Decision Memo) — สำหรับผู้บริหารและผู้ตัดสินใจ

สำหรับใคร: บริษัทระดับองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) และ SME ที่ต้องการพื้นที่สำนักงานที่สื่อสารแบรนด์และสนับสนุนวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร

ผลลัพธ์ที่ได้: สำนักงานที่ผ่านกลยุทธ์พื้นที่ทำงานมีส่วนผสมของพื้นที่ทำงาน (Workspace Mix) ที่เหมาะกับวัฒนธรรมขององค์กรและระบบที่รองรับการทำงานในระยะยาว

กรอบการลงทุน: รูปแบบการว่าจ้าง (Service Engagement) แบบออกแบบและก่อสร้างโดยทีมเดียว (Design-Build) — งบประมาณขึ้นกับขนาดของพื้นที่และระดับมาตรฐานพื้นที่ทำงาน (Workplace Standard)

ระยะเวลาโดยประมาณ: การสำรวจความต้องการ (Discovery) 4–6 สัปดาห์ · การพัฒนาแบบ (Design Development) 8–12 สัปดาห์ · งานก่อสร้าง (Construction) 4–8 เดือน

บริการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศของ Queen Enterprise

ออฟฟิศในยุคปัจจุบันทำหน้าที่มากกว่าเป็นที่นั่งทำงานของพนักงาน — เป็นสินทรัพย์ของแบรนด์ (Brand Asset) ที่ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจและผู้สมัครงานใช้ตัดสินคุณภาพของบริษัทตั้งแต่ 5 วินาทีแรกที่ก้าวเข้าพื้นที่ บริการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศของ Queen Enterprise จึงไม่ใช่บริการต่อผนังและวางโต๊ะแต่คือบริการออกแบบและก่อสร้างโดยทีมเดียว (Design & Build) ที่แปลอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ขององค์กรลงเป็นพื้นที่จริง พร้อมออกแบบประสิทธิภาพการทำงานในสำนักงาน (Workplace Productivity) และผังการใช้พื้นที่ที่รองรับการทำงานแบบผสม (Hybrid-ready Layout) ให้สอดคล้องกับวิถีการทำงานของทีม

งานออกแบบและก่อสร้างสำนักงานของ Queen Enterprise ยึดหลัก Modern Luxury ที่นิยามด้วยความประณีต (Refinement) ของรายละเอียด ความสงบ (Restraint) ที่ทำให้การทำงานมีสมาธิและเอกลักษณ์ (Signature) ที่สื่อสารวัฒนธรรมขององค์กร ในงานของเรา สำนักงานระดับความหรูหราร่วมสมัย ไม่ได้แสดงออกผ่านความหรูหราที่เกินพอดีแต่แสดงออกผ่านคุณภาพของวัสดุที่ทนต่อการใช้งานในระยะยาวและผ่านฝีมือช่าง (Craftsmanship) ของงานเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน (Built-in) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ (Identity) ของบริษัท

องค์กรที่ทำงานกับเรามีตั้งแต่ SME ที่กำลังขยายตัว บริษัทที่ปรึกษามืออาชีพ ไปจนถึงสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ระดับประเทศ ที่ Queen Enterprise เราทำงานในมุมมองของผู้บริหาร — เริ่มจากวัฒนธรรมองค์กร (Culture) ขององค์กร โครงสร้างของทีม โหมดการทำงานในยุคการทำงานแบบผสม (Hybrid) และตัวชี้วัดต้นทุนต่อที่นั่ง (Cost-per-Seat) ที่ตั้งไว้แล้วถอยกลับมาออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์เหล่านี้พร้อมกัน

“พื้นที่ทำงานที่ดี ไม่ใช่พื้นที่ที่สวยที่สุดในรูปถ่ายแต่คือพื้นที่ที่ทำให้ทีมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและองค์กรเชื่อมั่นในองค์กรตั้งแต่ก้าวแรก”
— หลักการออกแบบพื้นที่ทำงาน (Workplace Design) ของ Queen Enterprise

ปัญหาที่องค์กรมักเผชิญในการเปิดหรือย้ายออฟฟิศ

ในการสนทนากับผู้บริหารองค์กรที่กำลังพิจารณาย้ายหรือขยายออฟฟิศ ทีมงานของเราพบว่าปัญหาที่ส่งผลต่อทั้งงบประมาณและประสิทธิภาพของพื้นที่ในระยะยาวมักเกิดจากสามประเด็นต่อไปนี้

การเลือกพื้นที่ก่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของผังการใช้พื้นที่ (Layout Feasibility)

หลายองค์กรเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ก่อนตรวจสอบว่าพื้นที่นั้นรองรับผังการใช้พื้นที่ (Layout) ที่องค์กรต้องการได้จริงหรือไม่ เสาในพื้นที่ ความสูงของฝ้า ระบบ MEP ที่อาคารจัดให้และเงื่อนไขของสัญญาเช่า (Lease Outline) ของอาคาร อาจทำให้บางส่วนของแบบที่วางใจไว้ทำไม่ได้ในพื้นที่จริง

การประเมินค่าใช้จ่ายส่วน MEP ต่ำกว่าจริง

ในออฟฟิศคุณภาพ ต้นทุนงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสายข้อมูล ระบบรักษาความปลอดภัยและระบบสำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office) คิดเป็นสัดส่วน 40–55 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรวม องค์กรที่ลงทุนในเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อนแล้วจึงเหลืองบในการเดินระบบมักได้พื้นที่ที่ดูสวยแต่ระบบไม่รองรับการทำงานที่ต้องการ

การละเลยการออกแบบสำหรับโหมดการทำงานแบบผสม (Hybrid)

ทีมในยุคปัจจุบันทำงานในโหมดผสมระหว่างที่บ้านและออฟฟิศ การออกแบบที่ตั้งสมมติฐานว่าทุกคนอยู่พร้อมกันทุกวัน ทำให้พื้นที่ใหญ่กว่าที่จำเป็นและไม่มีพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaboration) ที่รองรับการประชุมแบบครึ่งทีมอยู่ในห้อง อีกครึ่งอยู่ออนไลน์ การออกแบบที่คำนึงถึงรูปแบบการทำงานแบบผสม (Hybrid Working Pattern) ตั้งแต่ขั้นต้นช่วยลดต้นทุนต่อที่นั่งและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ความเข้าใจในความเสี่ยงสามประเด็นนี้ตั้งแต่ขั้นต้น ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจการลงทุนได้ตรงตามผลลัพธ์ที่ต้องการ

ห้าตัวแปรของการออกแบบสำนักงาน (Office Design) ที่สร้างประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity)

ในการออกแบบออฟฟิศที่ทำงานได้จริง ทีมงานของเราใช้กรอบห้าตัวแปรหลักที่กำหนดประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ภาพจำของแบรนด์ (Brand Impression) ของผู้มาเยือนและต้นทุนต่อที่นั่งของพื้นที่ในระยะยาว

ความประทับใจแรก (First Impression) — 5 วินาทีแรกของผู้มาเยือน

ตั้งแต่พื้นที่ต้อนรับ (Reception) จุดสัมผัสแรก ความสะอาดของอากาศ ความเงียบของพื้นที่ คุณภาพของแสงและวัสดุที่ผู้มาเยือนสัมผัส องค์กรสื่อสารความน่าเชื่อถือของตัวเองในวินาทีแรก

ความหนาแน่นของพื้นที่ทำงาน (Workspace Density) และความหลากหลายของรูปแบบพื้นที่ (Setting)

พื้นที่ทำงานในออฟฟิศยุคใหม่ไม่ใช่ที่นั่งเดียว — ต้องมีพื้นที่ทำงานสมาธิ (Focused Work Booth) พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaboration Zone) ห้องประชุม (Meeting Room) ขนาดต่างๆ ห้องโทรศัพท์ (Phone Booth) สำหรับการประชุมออนไลน์ (Online Call) และพื้นที่พักผ่อนแบบไม่เป็นทางการ (Casual Lounge) การออกแบบความหนาแน่น (Density) และความหลากหลายของรูปแบบพื้นที่ที่เหมาะกับวิถีการทำงานของทีม ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน

คุณภาพเสียง (Acoustic Quality)

เสียงในออฟฟิศคือปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุดและมักถูกประเมินต่ำที่สุด การออกแบบที่ผ่านการคำนวณเวลาก้องสะท้อนของเสียง (Reverberation Time) การวางแผ่นดูดซับเสียงและระบบกลบเสียงรบกวน (Sound Masking) ทำให้พื้นที่เปิดทำงานได้โดยที่พนักงานยังโฟกัสได้

ความสบายของสภาพอากาศ (Climate Comfort)

อุณหภูมิ ความชื้นและอัตราการระบายอากาศ ส่งผลต่อพฤติกรรมและประสิทธิภาพของพนักงาน การออกแบบระบบปรับอากาศที่คำนวณตามภาระความเย็น (Cooling Load) จริงและจำนวนพนักงานในแต่ละพื้นที่ ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายในชั่วโมงทำงาน

การควบคุมต้นทุนต่อที่นั่ง (Cost-per-Seat Optimization)

ต้นทุนของแต่ละที่นั่ง รวมการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ระบบและการดำเนินงานต่อปีเป็นตัวเลขที่ผู้บริหารต้องเข้าใจตั้งแต่ขั้นออกแบบ การลงทุนที่กระจายเกินไปในพื้นที่โชว์ ทำให้ต้นทุนต่อที่นั่งสูงเกินกว่าที่ธุรกิจรองรับ การออกแบบที่คำนึงถึงต้นทุนต่อที่นั่งตั้งแต่ขั้นต้นช่วยรักษากำไร

โถงต้อนรับสำนักงานใหญ่ที่สื่ออัตลักษณ์องค์กรภายในไม่กี่วินาที ใช้วัสดุสงบ งานแสงแม่นยำและมุมมองนำไปยังพื้นที่ทำงานโดยไม่มีโลโก้

สามประเภทของพื้นที่ออฟฟิศที่เราทำงานด้วย

บริการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศของ Queen Enterprise แบ่งเป็นสามกลุ่มหลัก แต่ละกลุ่มมีวัฒนธรรมองค์กรและความต้องการที่ต่างกัน

สำนักงานใหญ่และสำนักงานองค์กร (Headquarters / Corporate Office) (500–3,000 ตร.ม.)

สำหรับองค์กรที่ต้องการพื้นที่หลักที่สื่อสารอัตลักษณ์แบรนด์และวัฒนธรรมขององค์กร ครอบคลุมพื้นที่ต้อนรับ ห้องประชุมระดับห้องประชุมผู้บริหาร (Boardroom) พื้นที่ทำงานของพนักงานและพื้นที่ต้อนรับ ลูกค้าระดับสูง

สำนักงานขายและสำนักงานสาขา (Sales Office / Branch Office) (150–500 ตร.ม.)

สำหรับสาขาของบริษัทที่ต้องการพื้นที่ทำงานสำหรับทีมขายและพื้นที่พบลูกค้าในเขตศูนย์ธุรกิจ ออกแบบให้สื่อสารมาตรฐานแบรนด์ (Brand Standard) ของบริษัทแม่ พร้อมรองรับกระบวนการขาย (Sales Process) จริง

พื้นที่ทำงานแบบผสมและสำนักงานแบบยืดหยุ่น (Hybrid Workspace / Flexible Office) (200–800 ตร.ม.)

สำหรับองค์กรที่ปรับโครงสร้างการทำงานเป็นการทำงานแบบผสมและต้องการพื้นที่ที่ลูกจ้างใช้เป็นโต๊ะทำงานแบบไม่ประจำที่ (Hot Desk) ในวันที่เข้าออฟฟิศ การออกแบบครอบคลุมระบบจองที่นั่ง ห้องโทรศัพท์สำหรับการประชุมออนไลน์และพื้นที่ทำงานร่วมกันที่ยืดหยุ่น

ทั้งสามกลุ่มมีข้อร่วมกันคือ ความสำเร็จของพื้นที่ขึ้นกับการเข้าใจวัฒนธรรมการทำงาน (Working Culture) ขององค์กรและการตั้งข้อกำหนดตามนั้น ไม่ใช่การเลือกภาพอ้างอิง (Reference) จากบริษัทอื่น

กระบวนการทำงานของ Queen Enterprise — ทีมเดียว สัญญาเดียว ความรับผิดชอบเดียว

จุดที่ทำให้บริการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศของ Queen Enterprise ต่างจากผู้เล่นทั่วไปคือเรารวมงานออกแบบ งานก่อสร้าง งานวางระบบและงานบริหารโครงการเข้าไว้ภายใต้ทีมเดียวและสัญญาเดียว ผู้บริหารองค์กรจึงสื่อสารกับทีมเดียวที่รับผิดชอบความสำเร็จของพื้นที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันย้ายเข้า

ในโครงสร้างของผู้เล่นแบบเดิม องค์กรต้องประสานงานกับผู้ออกแบบพื้นที่ทำงาน (Workplace) ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้จัดหาเฟอร์นิเจอร์ ผู้ดูแลงานระบบและที่ปรึกษามาตรฐานกฎหมายควบคุมอาคาร (Building Code) แยกกัน ทำให้ข้อมูลสำคัญเดินทางไม่ครบและเกิดการแก้ไขในช่วงปลายโครงการ

ในโครงสร้างของเรา ผู้ก่อตั้งร่วม (Co-founder) มีส่วนร่วมในการวางทิศทางของโครงการตั้งแต่ขั้นปรึกษาแรกและทีมที่ออกแบบคือทีมเดียวกับที่ก่อสร้าง ความรับผิดชอบในผลลัพธ์อยู่ในจุดเดียว

“เราไม่ได้รับงานเพื่อสร้างพื้นที่ให้เสร็จ แต่รับผิดชอบให้พื้นที่นั้นพร้อมใช้งานจริง”
— คำมั่นในการทำงาน (Studio Promise) ของ Queen Enterprise

กระบวนการทำงานของเรามีสี่ขั้นชัดเจน เริ่มจากขั้นวางกลยุทธ์พื้นที่ทำงาน (Workplace Strategy Phase) ที่ตรวจสอบวัฒนธรรมการทำงานและความต้องการของทีมตามด้วยขั้นการออกแบบ (Design Phase) ที่ออกแบบผังการใช้พื้นที่และระบบทั้งหมด ขั้นงานก่อสร้าง (Construction Phase) ที่บริหารการก่อสร้างจริงและขั้นการย้ายเข้า (Move-in Phase) ที่ตรวจสอบความพร้อมและประสานการย้ายเข้า

มาตรฐานที่ไม่ประนีประนอม — สร้างเพื่อการใช้งานจริง (Built for Real Use)

ในออฟฟิศ รายละเอียดที่พนักงานอาจไม่สังเกตในวันแรกแต่กำหนดประสิทธิภาพการทำงานในระยะหลายปี Queen Enterprise ยึดมาตรฐานที่ไม่ประนีประนอมในรายการต่อไปนี้

สมรรถนะด้านเสียง (Acoustic Performance) ของพื้นที่ทำงาน

ฝ้าเพดาน ผนัง พรมและเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ทำงาน เลือกตามค่า NRC (Noise Reduction Coefficient) ที่ผ่านการคำนวณ ไม่ใช่การเลือกจากภาพลักษณ์ การออกแบบที่ผ่านมาตรฐานนี้ทำให้พนักงานทำงานในห้องเปิดได้โดยไม่รบกวนกัน

คุณภาพอากาศ (Air Quality) และอัตราการระบายอากาศ (Ventilation Rate)

อัตราการระบายอากาศของออฟฟิศตามมาตรฐาน ASHRAE 62.1 หรือ TIS ให้ค่า CO2 ในพื้นที่ ไม่เกิน 1,000 ppm ตลอดวันทำงาน การออกแบบระบบที่คำนวณอากาศบริสุทธิ์จากภายนอก (Outdoor Air) ตามจำนวนพนักงานจริง ทำให้พนักงานไม่ง่วงในช่วงบ่าย

คุณภาพของแสง (Lighting Quality) ที่เหมาะกับการทำงานหน้าจอ

ความสว่างที่ระดับ 300–500 Lux อุณหภูมิสีที่ 4,000–5,000K ค่า UGR (Unified Glare Rating) ต่ำกว่า 19 และค่า CRI ไม่ต่ำกว่า 80 เป็นมาตรฐานที่ลดอาการล้าของดวงตา (Eye Strain) ของพนักงานในการทำงานหน้าจอ ตลอดวัน

ระบบไฟฟ้า (Power) และโครงสร้างพื้นฐานระบบข้อมูล (Data Infrastructure) ที่รองรับการขยายตัว

การวางการจัดระเบียบสายไฟและสายสัญญาณ (Cable Management) และการกระจายไฟฟ้า (Power Distribution) ที่รองรับการเพิ่มที่นั่ง 20–30 เปอร์เซ็นต์ในอนาคตโดยไม่ต้องเดินระบบใหม่ทั้งหมด ลดต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership) ของพื้นที่

ออกแบบตกแต่งสำนักงาน โซนทำงานเงียบ (Focus Booth) และโซนประชุมทำงานร่วมกัน | รับออกแบบตกแต่งออฟฟิศ – Queen Enterprise | Queen Interior

กรอบการประเมินงบประมาณและกระบวนการเสนอราคา

Queen Enterprise ไม่กำหนดราคามาตรฐานสำหรับโครงการในระดับนี้ เนื่องจากแต่ละโครงการแตกต่างกันในสามปัจจัยที่กำหนดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ — บริบทของสถานที่ (Site Specificity) วัสดุที่คัดสรร (Curated Materiality) และระดับของฝีมือช่าง (Craftsmanship Tier) การให้ตัวเลขกว้างในบทความจึงไม่สะท้อนความเป็นจริงของโครงการของท่าน

ทีมงานของเราใช้กระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า (Studio Engagement Process) สี่ขั้นเพื่อให้กรอบการลงทุนของแต่ละโครงการตรงกับขอบเขตงานจริง — ขั้นการสำรวจความต้องการและสรุปโจทย์ (Discovery & Brief) ที่ทำความเข้าใจโครงการ ขั้นแนวคิดการออกแบบและกรอบงบประมาณ (Concept & Cost Frame) ที่ให้กรอบงบประมาณ ±10% ขั้นการพัฒนาแบบที่ออกใบเสนอราคาที่ผูกพันและขั้นการบริหารงานก่อสร้าง (Construction Administration) ที่ส่งมอบโครงการพร้อมเอกสารคู่มือ

ลูกค้าที่สนใจในความร่วมมือสามารถเริ่มต้นจากขั้นการพูดคุยเพื่อสำรวจความต้องการ (Discovery Conversation) ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อให้ Queen Enterprise เข้าใจโครงการในเชิงลึกและประเมินกรอบงบประมาณเบื้องต้นที่แม่นยำสำหรับโครงการของท่านโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศ

1. งานตกแต่งสำนักงาน หรือ Fit-out ครอบคลุมอะไรบ้าง

งาน Fit-out คือการเปลี่ยนพื้นที่เปล่าให้ใช้งานเป็นสำนักงานได้จริง ครอบคลุมการวางผังพื้นที่ทำงานและห้องประชุม งานผนังกั้นและฝ้า งานพื้น งานไฟฟ้าแสงสว่างและจุดจ่ายไฟ ระบบสายสัญญาณเครือข่าย ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ระบบความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าออก พร้อมงานเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน สิ่งที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่า Fit-out คืองานตกแต่งพื้นผิว ทั้งที่ต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ที่งานระบบซึ่งมองไม่เห็นหลังงานเสร็จ

2. ออฟฟิศควรมีพื้นที่เท่าไรต่อพนักงาน 1 คน

ตัวเลขที่ใช้ได้จริงไม่ได้มาจากค่ามาตรฐานสำเร็จรูป แต่มาจากรูปแบบการทำงานขององค์กรนั้น ทีมที่ประชุมและใช้โทรศัพท์บ่อยต้องการพื้นที่ต่อคนและห้องเงียบมากกว่าทีมที่ทำงานเงียบเป็นหลัก ส่วนองค์กรที่มีการทำงานแบบยืดหยุ่นและไม่ได้เข้าออฟฟิศทุกวัน สามารถลดจำนวนโต๊ะประจำแล้วเพิ่มพื้นที่ใช้ร่วมได้ การนับจำนวนคนที่อยู่จริงในวันที่คนมากที่สุด จึงเป็นตัวเลขที่ควรใช้ตั้งต้น ไม่ใช่จำนวนพนักงานทั้งหมดในทะเบียน

3. ออฟฟิศขนาดเล็กควรแบ่งพื้นที่อย่างไร

หลักคือแยกกิจกรรมที่มีเสียงออกจากพื้นที่ที่ต้องใช้สมาธิ ก่อนคิดเรื่องความสวยงาม ห้องประชุมและจุดโทรศัพท์ควรอยู่ฝั่งเดียวกันและมีการกันเสียงที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงกระจกใส พื้นที่ที่มักถูกลืมคือจุดเก็บเอกสารและอุปกรณ์ จุดเตรียมเครื่องดื่ม และห้องเซิร์ฟเวอร์หรือตู้ระบบที่ต้องระบายความร้อนได้ ทั้ง 3 ส่วนนี้ถ้าไม่วางไว้ตั้งแต่ผัง จะไปโผล่ในตำแหน่งที่รบกวนการทำงานเสมอ

4. ตกแต่งออฟฟิศในอาคารเช่า ต้องขออนุญาตใครบ้าง

ต้องขอทั้งจากเจ้าของอาคารและจากหน่วยงานท้องถิ่นในบางกรณี อาคารสำนักงานส่วนใหญ่มีคู่มือการตกแต่งที่กำหนดวัสดุที่ใช้ได้ ตำแหน่งที่เจาะพื้นหรือฝ้าได้ ช่วงเวลาทำงาน และเส้นทางขนวัสดุ พร้อมกำหนดให้วางเงินประกันความเสียหาย ส่วนงานที่กระทบโครงสร้างหรือเปลี่ยนการใช้พื้นที่ ต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคารเพิ่ม การขอคู่มือของอาคารมาอ่านก่อนออกแบบจึงเป็นขั้นตอนแรกเสมอ

5. ระบบที่ต้องวางแผนก่อนงานตกแต่งมีอะไรบ้าง

5 ระบบที่ต้องกำหนดตำแหน่งก่อนปิดฝ้า คือ จุดจ่ายไฟและช่องเสียบสายที่โต๊ะทำงานทุกตัว สายสัญญาณเครือข่ายพร้อมตู้ระบบที่ระบายความร้อนได้ ระบบปรับอากาศที่กระจายทั่วพื้นที่โดยไม่เป่าลงหัวคนทำงาน ระบบเสียงและภาพในห้องประชุมซึ่งต้องเดินสายไว้ล่วงหน้า และระบบควบคุมการเข้าออกกับกล้องวงจรปิด ทั้ง 5 ระบบนี้เดินสายทีหลังหมายถึงการรื้อฝ้าและพื้นยกที่เพิ่งทำเสร็จ

6. ห้องประชุมควรมีกี่ห้องและขนาดเท่าไร

ควรกำหนดจากสถิติการใช้งานจริง ไม่ใช่จากจำนวนพนักงาน องค์กรส่วนใหญ่มีห้องประชุมใหญ่ 1 ห้องที่ว่างเกือบตลอด แต่ขาดห้องเล็กสำหรับคุย 2–3 คนและจุดโทรศัพท์ส่วนตัว ซึ่งเป็นการใช้งานที่เกิดบ่อยที่สุดในแต่ละวัน แนวทางที่ใช้ได้จริงคือมีห้องขนาดเล็กหลายห้องมากกว่าห้องใหญ่หลายห้อง และออกแบบห้องใหญ่ให้แบ่งเป็น 2 ห้องได้เมื่อจำเป็น

7. ควบคุมเสียงรบกวนในออฟฟิศแบบเปิดอย่างไร

ใช้ 3 วิธีร่วมกัน คือ การวางผังให้ทีมที่มีเสียงอยู่ห่างจากทีมที่ต้องใช้สมาธิ การใช้วัสดุดูดซับเสียงที่ฝ้าและพรมซึ่งได้ผลกว่าการกั้นผนังเตี้ย และการจัดให้มีห้องปิดสำหรับการโทรศัพท์และการประชุมออนไลน์ ออฟฟิศแบบเปิดที่ไม่มีห้องปิดรองรับจะเกิดปัญหาทันทีในยุคที่การประชุมออนไลน์เป็นเรื่องปกติ เพราะเสียงพูดคุยกลายเป็นสิ่งรบกวนที่เกิดตลอดวัน

8. งบตกแต่งออฟฟิศคิดอย่างไร

คิดจากตารางเมตรของพื้นที่เช่าเป็นฐาน แล้วปรับตาม 4 ปัจจัย คือ สภาพเดิมของพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่เปล่าหรือมีงานระบบพื้นฐานอยู่แล้ว สัดส่วนของห้องปิดต่อพื้นที่เปิดซึ่งห้องปิดมีต้นทุนต่อตารางเมตรสูงกว่า ระดับของระบบเครือข่ายและระบบประชุม และมาตรฐานของงานเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน พื้นที่ขนาดเท่ากัน 2 แห่งจึงมีงบต่างกันได้มาก และควรกันงบสำรองไว้สำหรับงานที่พบเพิ่มหลังเปิดฝ้าเดิม

9. ทำออฟฟิศในโกดังหรือในบ้าน ทำได้หรือไม่

ทำได้ในหลายกรณี แต่ต้องตรวจ 2 เรื่องก่อน คือ ผังเมืองอนุญาตให้ใช้อาคารประเภทนั้นเป็นสำนักงานหรือไม่ และการเปลี่ยนการใช้อาคารเข้าข่ายต้องยื่นขออนุญาตหรือไม่ ประเด็นทางเทคนิคที่ต่างจากอาคารสำนักงานคือเรื่องทางหนีไฟ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และการระบายอากาศ ซึ่งโกดังกับบ้านพักอาศัยออกแบบไว้คนละมาตรฐาน อีกเรื่องที่ตามมาคืออัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเปลี่ยนตามการใช้ประโยชน์

10. ย้ายที่ตั้งสำนักงาน ต้องดำเนินการอะไรบ้าง

นอกจากงานตกแต่งแล้ว ต้องแจ้งเปลี่ยนที่ตั้งของนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ต่อกรมสรรพากรสำหรับเอกสารภาษี และแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคม รวมถึงแจ้งธนาคาร คู่ค้า และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกับโทรศัพท์ สิ่งที่ควรวางแผนคู่กับงานก่อสร้างคือช่วงเวลาที่ระบบเครือข่ายของที่เดิมกับที่ใหม่ต้องทำงานพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ธุรกิจหยุดชะงักในวันย้าย

11. ตกแต่งออฟฟิศใช้เวลานานเท่าใด และทำงานไปด้วยได้หรือไม่

ช่วงเวลาหลักคือการสำรวจความต้องการและวางผัง การพัฒนาแบบพร้อมขออนุมัติจากเจ้าของอาคาร และงานก่อสร้างกับติดตั้งระบบ สำหรับพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ย้ายเข้า สามารถทำต่อเนื่องได้เต็มที่ ส่วนการตกแต่งพื้นที่ที่ยังใช้งานอยู่ต้องแบ่งงานเป็นเฟสและทำงานนอกเวลาทำการตามที่อาคารอนุญาต ซึ่งใช้เวลานานกว่าและมีต้นทุนสูงกว่าการทำในพื้นที่ว่างอย่างมีนัยสำคัญ

12. เลือกผู้ออกแบบและตกแต่งออฟฟิศอย่างไร

ใช้ 4 เกณฑ์ คือ ผู้รับงานเริ่มจากรูปแบบการทำงานขององค์กร หรือเริ่มจากภาพสไตล์ที่ผู้บริหารชอบ ออกแบบงานระบบเครือข่ายและระบบประชุมพร้อมกับงานสถาปัตยกรรมหรือแยกส่วน รับผิดชอบการขออนุมัติตามคู่มือของอาคารในขอบเขตเดียวกันหรือไม่ และมีการส่งมอบเอกสารแบบติดตั้งจริงพร้อมผังสายสัญญาณให้ทีมไอทีหรือไม่ เอกสารชุดหลังคือสิ่งที่ทำให้การซ่อมบำรุงในอนาคตไม่ต้องเดา

ดูรายละเอียดของกระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า (Studio Engagement Process) แบบครบถ้วน — รวมถึงปัจจัยที่กำหนดงบประมาณและเส้นทางสู่เสาหลักด้านการลงทุน (Investment Pillar) — ที่หน้ากระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า (Studio Engagement Process)

หากท่านสนใจบริการออกแบบและตกแต่งออฟฟิศของ Queen Enterprise สำหรับสำนักงานใหญ่ สาขาหรือพื้นที่ทำงานแบบผสม (Hybrid Workspace) ติดต่อทีมของเราเพื่อนัดหมายการพูดคุยในรูปแบบรักษาความลับ

━━━ ✦ ━━━

ผสานความคิดและโครงสร้างเป็นหนึ่งเดียว · ส่งมอบความสงบเมื่อสมบูรณ์

Concept and Structure Conceived as One · Handed Over in Total Clarity

[ ติดต่อเพื่อปรึกษาแบบรักษาความลับ ]

บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)

• บริการออกแบบและก่อสร้างร้านอาหาร

• บริการออกแบบและก่อสร้างโชว์รูมและพื้นที่ค้าปลีก

• บริการเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินสำหรับห้องทำงานในบ้าน (Home Office Built-in)

• บริการรีโนเวทเพื่อปล่อยเช่า

• บริการพัฒนาที่ดิน

━━━ ✦ ━━━

← กลับสู่บริการทั้งหมด
OUR WORK

ชมผลงานของเรา