Restaurant & Café

บริการออกแบบคาเฟ่ — Café Design-Build and Specialty Coffee

บริการออกแบบและก่อสร้างคาเฟ่และร้านกาแฟพิเศษในกรุงเทพฯ ครอบคลุมการแปลแบรนด์ลงสู่พื้นที่ (Brand Translation), ลำดับการทำงานที่เคาน์เตอร์บาร์ (Bar Workflow) และจำนวนลูกค้าที่พื้นที่รองรับได้ (Customer Throughput) ที่สร้างยอดต่อตารางเมตรสูง

บันทึกเพื่อการตัดสินใจ (Decision Memo) — สำหรับผู้บริหารและผู้ตัดสินใจ

สำหรับใคร: ผู้ประกอบการคาเฟ่และร้านกาแฟพิเศษ (Specialty) ในกรุงเทพฯที่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ดึงดูดลูกค้าและมีอัตราการกลับมาซื้อสูง

ผลลัพธ์ที่ได้: คาเฟ่ที่มีลำดับการทำงานที่เคาน์เตอร์บาร์ที่รองรับความเร็วของการให้บริการ มีบรรยากาศที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) และต้นทุนต่อที่นั่งบริการ (Cost-per-Cover) ที่ทำกำไรได้

กรอบการลงทุน: รูปแบบการว่าจ้าง (Service Engagement) แบบออกแบบและก่อสร้างโดยทีมเดียว (Design-Build) — งบประมาณขึ้นกับขนาดของพื้นที่และระดับวัสดุ

ระยะเวลาโดยประมาณ: การสำรวจความต้องการ (Discovery) 2–4 สัปดาห์ · การพัฒนาแบบ (Design Development) 5–8 สัปดาห์ · งานก่อสร้าง (Construction) 3–5 เดือน

บริการออกแบบและก่อสร้างคาเฟ่ของ Queen Enterprise

ตลาดคาเฟ่และร้านกาแฟพิเศษในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่จำนวนเมนูหรือสไตล์การออกแบบแต่วัดกันที่ความสม่ำเสมอของคุณภาพกาแฟและประสบการณ์ของลูกค้า บริการออกแบบและก่อสร้างคาเฟ่ของ Queen Enterprise จึงไม่ใช่บริการตกแต่งร้านให้สวยตามเทรนด์แต่คือบริการออกแบบและก่อสร้างโดยทีมเดียว (Design & Build) ที่ออกแบบทั้งลำดับการทำงานที่เคาน์เตอร์บาร์ของบาริสต้า (Barista) จำนวนลูกค้าที่พื้นที่รองรับได้ (Customer Throughput) อัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) และโครงสร้างต้นทุนต่อแก้ว (Cost-per-Cup) ให้ทำงานสอดคล้องกัน

งานออกแบบและก่อสร้างพื้นที่ F&B ของ Queen Enterprise ยึดหลัก Modern Luxury ที่นิยามด้วยความประณีต (Refinement) ของวัสดุ ความสงบ (Restraint) ของบรรยากาศและเอกลักษณ์ (Signature) ของประสบการณ์ที่ลูกค้าจดจำได้ ในงานของเรา ความหรูหราไม่ได้แสดงออกผ่านการประดับประดาแต่แสดงออกผ่านคุณภาพของฝีมือช่าง (Craftsmanship) ของพื้นผิวทุกตารางเมตรและผ่านการออกแบบประสบการณ์ที่ทุกประสาทสัมผัส (Sensorial Experience) ทำงานสอดคล้องกัน

เจ้าของคาเฟ่ที่ทำงานกับเราส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee Operator) ที่เข้าใจว่าคาเฟ่ที่ทำกำไรในระยะยาวแข่งขันด้วยคุณภาพและประสบการณ์ ที่ Queen Enterprise เราทำงานในมุมมองของผู้ประกอบการ — เริ่มจากโปรแกรมกาแฟ (Coffee Program) ของแบรนด์ บุคลิกของลูกค้า (Persona) อัตราการให้บริการ (Throughput) เป้าหมายและต้นทุนต่อแก้ว (Cost-per-Cup) ที่ตั้งใจแล้วถอยกลับมาออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์เหล่านี้พร้อมกัน

ตลาดกาแฟพิเศษในประเทศไทยเปลี่ยนรูปร่างอย่างชัดเจนในช่วงห้าปีที่ผ่านมาจากตลาดที่ลูกค้าตัดสินใจตามเทรนด์การถ่ายภาพ มาเป็นตลาดที่ลูกค้ากลุ่มหลักให้น้ำหนักกับคุณภาพของเมล็ดและทักษะของบาริสต้า (Barista) ที่ชง คาเฟ่ในกลุ่มนี้จึงต้องการออกแบบพื้นที่ที่สนับสนุนการชงกาแฟคุณภาพ ทั้งการเลือกตำแหน่งของอุปกรณ์ การวางผังพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ (Bar) ที่ทำให้บาริสต้าทำงานสม่ำเสมอแม้ในชั่วโมงเร่งด่วนและการออกแบบประสบการณ์ของลูกค้าที่ส่งเสริมการกลับมาซ้ำ ไม่ใช่เพียงการแวะมาถ่ายรูป

“คาเฟ่ที่ขายดี ไม่ใช่คาเฟ่ที่สวยที่สุดบน Instagram แต่คือคาเฟ่ที่บาริสต้า (Barista) ชงกาแฟได้เร็วและสม่ำเสมอในชั่วโมงเร่งด่วน”
— หลักการออกแบบคาเฟ่ (Café Design) ของ Queen Enterprise

ปัญหาที่เจ้าของคาเฟ่มักเผชิญในการเปิดร้าน

ในการพูดคุยกับเจ้าของคาเฟ่ที่กำลังจะเปิดร้านแรกของตนหรือเปิดสาขาใหม่ ทีมงานของเราพบสี่ประเด็นที่ส่งผลต่ออัตราการให้บริการและต้นทุนของร้านในระยะยาว

การออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ (Bar) โดยไม่อ้างอิงลำดับการทำงานในการชงกาแฟ (Coffee Workflow) ของบาริสต้า (Barista)

เจ้าของหลายรายให้ความสำคัญกับด้านหน้าเคาน์เตอร์บาร์ (Bar Front) ที่สวยโดยที่ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ (Bar Back) ไม่ได้ออกแบบตามลำดับการทำงาน (Workflow) ของบาริสต้าในการชงเอสเปรสโซ (Espresso) การสตีมนม (Steam Milk) และการจัดจาน (Plate) ในเวลาเดียวกัน เคาน์เตอร์บาร์ที่ดูสวยแต่ลำดับการทำงานติดขัด ทำให้เวลาทำกาแฟต่อแก้วยาวเกินไปและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ

การประเมินกำลังไฟฟ้าที่รองรับ (Power Capacity) ต่ำเกินจริง

เครื่องชง เอสเปรสโซ เครื่องบดกาแฟ เครื่องชงน้ำร้อน เครื่องทำน้ำแข็ง เตาอบและตู้แช่ ใช้กำลังไฟฟ้ารวมสูงกว่าที่หลายเจ้าของคาด การประเมินต่ำทำให้เบรกเกอร์ตัดในชั่วโมงเร่งด่วนหรือต้องเดินสายไฟใหม่หลังเปิด

การไม่คำนึงถึงระบบระบายอากาศของพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ (Bar)

ความร้อนจากเครื่องชงเอสเปรสโซ (Espresso Machine) ไอน้ำจากเครื่องสตีมนม (Steam) และกลิ่นจากการคั่วเมล็ดต้องการระบบเติมอากาศ (Make-up Air) และระบบระบายควัน (Exhaust) ที่เหมาะกับพื้นที่จำกัด การออกแบบที่ละเลยเรื่องนี้ ทำให้พื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ร้อนและกลิ่นกระจายไปยังพื้นที่ลูกค้าในลักษณะที่รบกวนประสบการณ์ของลูกค้า

การวางผังการใช้พื้นที่ (Layout) ที่ไม่รองรับการขยายตัวของเมนูในอนาคต

เจ้าของคาเฟ่จำนวนมากออกแบบพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ตามเมนูเปิดร้านโดยไม่ได้เผื่อพื้นที่สำหรับการเพิ่มเมนูใหม่ เช่น เมนูชา เมนูกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) หรือเมนูอาหารเบาๆ ในอนาคต เมื่อร้านขยายเมนูในปีที่สอง พื้นที่เคาน์เตอร์บาร์จะแน่นเกินไปและปริมาณลูกค้าที่ร้านรองรับได้จะลดลง การออกแบบที่เผื่อความยืดหยุ่นของผังการใช้พื้นที่ (Layout Flexibility) ตั้งแต่ขั้นต้น ทำให้ร้านปรับตัวตามตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนใหม่

ห้าตัวแปรของคาเฟ่ที่สร้างยอดต่อตารางเมตรสูง

ในการออกแบบคาเฟ่ที่ทำกำไรในระยะยาว เราใช้กรอบห้าตัวแปรหลัก

การออกแบบลำดับการทำงานที่เคาน์เตอร์บาร์ (Bar Workflow Engineering)

เส้นทางการเดินของบาริสต้าระหว่างเครื่องเอสเปรสโซ เครื่องบด ตู้แช่และจุดรับอาหาร (Pickup) ต้องลดระยะการเดินที่ไม่จำเป็นและให้บาริสต้าทำเครื่องดื่มหลายแก้วพร้อมกันได้

จำนวนลูกค้าที่พื้นที่รองรับได้ (Customer Throughput) และการออกแบบแถวรอ (Queue Design)

เส้นทางของลูกค้าตั้งแต่จุดเข้าสู่จุดสั่งเครื่องดื่ม (Order) จุดรอ จุดรับเครื่องดื่ม (Pickup) และจุดที่นั่งต้องไม่ตัดผ่านกันและไม่ทำให้ทางเข้าออกของร้านติดขัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Rush Hour)

อัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ที่สื่อสารผ่านพื้นที่

วัสดุของพื้น ผนัง บาร์ เก้าอี้และของตกแต่งต้องสะท้อนรายการกาแฟของแบรนด์ของแบรนด์และบุคลิกของลูกค้า (Persona)ที่ตั้งเป้า

ส่วนผสมของที่นั่ง (Seat Mix) และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อที่นั่ง (Average Spend per Seat)

การผสมที่นั่งระหว่างโต๊ะคนเดียว โต๊ะคู่ โต๊ะกลุ่มและพื้นที่ทำงาน ส่งผลต่อทั้งระยะเวลาที่ลูกค้านั่งและยอดใช้จ่ายเฉลี่ย (Average Spend) ของแต่ละกลุ่ม การผสมส่วนผสมของที่นั่งที่เหมาะกับบุคลิกของลูกค้าเป้าหมายทำให้ยอดต่อตารางเมตรสูงสุด

วินัยด้านต้นทุนต่อแก้ว (Cost-per-Cup Discipline)

ต้นทุนการก่อสร้างและการตกแต่งของร้านแบ่งเฉลี่ยตามจำนวนแก้วที่คาดว่าจะขายในกรอบระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ต้องสมดุลกับราคาขายต่อแก้ว การลงทุนที่กระจายเกินไปในส่วนตกแต่ง ทำให้ต้นทุนต่อแก้วสูงเกินที่ตลาดของกลุ่มเป้าหมายรองรับ

มุมเหนือเคาน์เตอร์บาร์แสดงลำดับเครื่องบด เครื่องชง จุดเตรียม จุดส่งเครื่องดื่มและจุดล้างที่ทำให้บาริสต้าเคลื่อนไหวน้อยและไม่ชนกัน

สี่รูปแบบของคาเฟ่ที่เราทำงานด้วย

บริการออกแบบและก่อสร้างคาเฟ่ของ Queen Enterprise แบ่งเป็นสี่กลุ่มหลัก แต่ละกลุ่มมีโครงสร้างพื้นที่และโมเดลรายได้ที่ต่างกัน

ร้านกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee Shop) (60–150 ตร.ม.)

สำหรับเจ้าของร้านกาแฟพิเศษที่เน้นคุณภาพของกาแฟแบบกาแฟแหล่งเดียว (Single Origin) หรือการคั่วเมล็ดเอง การออกแบบครอบคลุมเคาน์เตอร์บาร์ที่รองรับการชงด้วยวิธี V60 แอโรเพรส (Aeropress) และเอสเปรสโซ (Espresso) พร้อมพื้นที่นั่งที่ส่งเสริมการดื่มกาแฟอย่างใส่ใจและพื้นที่จัดวางอุปกรณ์การชงที่ลูกค้ามองเห็นกระบวนการได้

คาเฟ่เบเกอรี (Bakery Café) (100–250 ตร.ม.)

สำหรับเจ้าของที่ผสมกาแฟและขนมอบในร้านเดียวต้องการพื้นที่การจัดแสดงสินค้า (Display) ของขนม พื้นที่อบขนม (Bake Lab) และเคาน์เตอร์บาร์ กาแฟที่ทำงานสอดคล้องกัน รวมถึงระบบเตาอบและระบายอากาศของครัวเบเกอรี่ที่ออกแบบให้กลิ่น ขนมอบส่งเสริมประสบการณ์ของลูกค้า ไม่ใช่กลิ่นที่รบกวน

คาเฟ่แนวคิดเฉพาะ (Concept Café) (150–400 ตร.ม.)

สำหรับเจ้าของที่ต้องการสร้างคาเฟ่ที่เน้นประสบการณ์แบรนด์ (Brand Experience) เช่น คาเฟ่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง คาเฟ่ที่รองรับการทำงาน คาเฟ่ในแกลเลอรีศิลปะหรือคาเฟ่ไลฟ์สไตล์ การออกแบบครอบคลุมทั้งเคาน์เตอร์บาร์ กาแฟตามมาตรฐานกาแฟพิเศษและพื้นที่ประสบการณ์ (Experience) ที่ดึงให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ

คาเฟ่พร้อมโรงคั่ว (Roastery Café) (200–500 ตร.ม.)

สำหรับเจ้าของแบรนด์กาแฟที่ต้องการเปิดพื้นที่ที่รวมการคั่วเมล็ด การจำหน่ายเมล็ดและการให้บริการเครื่องดื่มในที่เดียว การออกแบบครอบคลุมโซนคั่วเมล็ด (Roastery) ที่ผ่านระบบระบายอากาศและความปลอดภัยตามมาตรฐาน โซนจำหน่ายเมล็ดและอุปกรณ์และโซนคาเฟ่ที่ลูกค้าได้สัมผัสที่มาของกาแฟ ตั้งแต่เมล็ดดิบจนถึงแก้วในมือ

กระบวนการทำงานของ Queen Enterprise — ทีมเดียว สัญญาเดียว ความรับผิดชอบเดียว

เรารวมงานออกแบบแนวคิดการออกแบบ (Concept) งานวางลำดับการทำงานที่เคาน์เตอร์บาร์ งานสถาปัตยกรรม งานก่อสร้าง งานวางระบบและงานบริหารโครงการเข้าไว้ภายใต้ทีมเดียวและสัญญาเดียว เจ้าของคาเฟ่จึงสื่อสารกับทีมเดียวที่รับผิดชอบความสำเร็จของร้านตั้งแต่วันแรกถึงวันเปิดให้บริการ

ในโครงสร้างของผู้เล่นแบบเดิม เจ้าของต้องประสานงานกับมัณฑนากร ผู้ออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ขายเครื่องชงกาแฟและที่ปรึกษามาตรฐานสุขาภิบาลแยกกัน ทำให้เกิดข้อผิดพลาด

ในโครงสร้างของเรา ผู้ก่อตั้งร่วม (Co-founder) มีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นปรึกษาแรกและทีมที่ออกแบบเคาน์เตอร์บาร์คือทีมเดียวกับที่ก่อสร้างจริง

“เราไม่ได้รับงานเพื่อสร้างพื้นที่ให้เสร็จ แต่รับผิดชอบให้พื้นที่นั้นพร้อมใช้งานจริง”
— คำมั่นในการทำงาน (Studio Promise) ของ Queen Enterprise

มาตรฐานที่ไม่ประนีประนอม — สร้างเพื่อการใช้งานจริง (Built for Real Use)

ในคาเฟ่ มาตรฐานที่ไม่ประนีประนอมของ Queen Enterprise ครอบคลุม

ระบบไฟฟ้าที่รองรับกำลังไฟฟ้ารวมที่ต่อใช้งาน (Total Connected Load) ของอุปกรณ์ทั้งหมด

ระบบไฟฟ้าของคาเฟ่ต้องคำนวณตามกำลังไฟฟ้ารวมที่ต่อใช้งานของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ทำงานพร้อมกันในชั่วโมงเร่งด่วน รวมค่าตัวประกอบการใช้งานพร้อมกัน (Diversity Factor) ที่เหมาะสม

ระบบเติมอากาศ (Make-up Air) และระบบระบายควัน (Exhaust) ของพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ (Bar)

การคำนวณปริมาณลม (Air Volume) ของระบบระบายควันและระบบเติมอากาศของเคาน์เตอร์บาร์ทำตามมาตรฐานที่เหมาะกับความร้อนที่อุปกรณ์ปล่อยออกมา (Equipment Heat Output) ไม่ใช่การประเมินจากขนาดพื้นที่

งานสุขาภิบาลของพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ (Bar) และจุดล้างภาชนะ (Wash Station)

พื้น ผนัง รางระบายน้ำและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ของพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ ใช้วัสดุและรายละเอียดติดตั้งที่รองรับการทำความสะอาดและความชื้นในระดับเคาน์เตอร์บาร์เชิงพาณิชย์ (Commercial Bar)

การปรับสภาพเสียง (Acoustic Treatment) ของพื้นที่ลูกค้า

เสียงเครื่องเอสเปรสโซ เสียงเครื่องบดและเสียงเครื่องสตีมนมต้องไม่กระจายไปรบกวนลูกค้าที่นั่งดื่มกาแฟหรือทำงาน การออกแบบงานควบคุมเสียง (Acoustic) ของพื้นที่จึงเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) โดยตรง

รายละเอียดหลังเคาน์เตอร์ที่เห็นระบบไฟฟ้า การระบายอากาศ จุดล้างและวัสดุทนความชื้น พร้อมงานควบคุมเสียงที่ไม่รบกวนพื้นที่นั่ง

กรอบการประเมินงบประมาณและกระบวนการเสนอราคา

Queen Enterprise ไม่กำหนดราคามาตรฐานสำหรับโครงการในระดับนี้ เนื่องจากแต่ละโครงการแตกต่างกันในสามปัจจัยที่กำหนดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ — บริบทของสถานที่ (Site Specificity) วัสดุที่คัดสรร (Curated Materiality) และระดับของฝีมือช่าง (Craftsmanship Tier) การให้ตัวเลขกว้างในบทความจึงไม่สะท้อนความเป็นจริงของโครงการของท่าน

ทีมงานของเราใช้กระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า (Studio Engagement Process) สี่ขั้นเพื่อให้กรอบการลงทุนของแต่ละโครงการตรงกับขอบเขตงานจริง — ขั้นการสำรวจความต้องการและสรุปโจทย์ (Discovery & Brief) ที่ทำความเข้าใจโครงการ ขั้นแนวคิดการออกแบบและกรอบงบประมาณ (Concept & Cost Frame) ที่ให้กรอบงบประมาณ ±10% ขั้นการพัฒนาแบบที่ออกใบเสนอราคาที่ผูกพันและขั้นการบริหารงานก่อสร้าง (Construction Administration) ที่ส่งมอบโครงการพร้อมเอกสารคู่มือ

ลูกค้าที่สนใจในความร่วมมือสามารถเริ่มต้นจากขั้นการพูดคุยเพื่อสำรวจความต้องการ (Discovery Conversation) ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อให้ Queen Enterprise เข้าใจโครงการในเชิงลึกและประเมินกรอบงบประมาณเบื้องต้นที่แม่นยำสำหรับโครงการของท่านโดยเฉพาะ

ดูรายละเอียดของกระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า (Studio Engagement Process) แบบครบถ้วน — รวมถึงปัจจัยที่กำหนดงบประมาณและเส้นทางสู่เสาหลักด้านการลงทุน (Investment Pillar) — ที่หน้ากระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า (Studio Engagement Process)

หากท่านสนใจบริการออกแบบและก่อสร้างคาเฟ่ของ Queen Enterprise สำหรับร้านกาแฟพิเศษ คาเฟ่เบเกอรีหรือคาเฟ่แนวคิดเฉพาะ ติดต่อทีมของเราเพื่อนัดหมายการพูดคุยในรูปแบบรักษาความลับ

━━━ ✦ ━━━

ไร้รอยต่อระหว่างความคิดและการสร้าง · ขัดเกลาเพื่อกาลเวลา

No Divide Between Thought and Making · Refinement for Time

[ ติดต่อเพื่อปรึกษาแบบรักษาความลับ ]

บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)

• บริการออกแบบและก่อสร้างร้านอาหาร

• บริการออกแบบและก่อสร้างพื้นที่ธุรกิจโรงแรมและบริการ (Hospitality) และธุรกิจดูแลสุขภาพองค์รวม (Wellness)

• บริการออกแบบและก่อสร้างโชว์รูมและพื้นที่ค้าปลีก

• บริการรีโนเวทเพื่อปล่อยเช่า

• บริการพัฒนาโครงการแบบพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

━━━ ✦ ━━━

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการออกแบบคาเฟ่

1. ออกแบบคาเฟ่ใช้เวลานานแค่ไหน

หลังชำระมัดจำค่าออกแบบ ทีมงานส่ง Layout Plan และ Mood & Tone ภายใน 1 สัปดาห์ ภาพ 3D เสร็จภายใน 20–30 วัน แบบก่อสร้างและ Shop Drawing ใช้เวลา 15–20 วัน และสรุปใบเสนอราคา (BOQ) ภายใน 1 สัปดาห์ ระยะเวลาจริงขึ้นกับขนาดร้านและจำนวนรอบการแก้แบบ

2. ค่าออกแบบคาเฟ่นำไปหักเป็นส่วนลดได้ไหม

ได้ หากลูกค้าเลือกให้ Queen Enterprise ก่อสร้างและตกแต่งร้านต่อ ค่าออกแบบนำไปเป็นส่วนลดค่าตกแต่งได้ 100%

3. ลูกค้าจะได้รับอะไรบ้างจากงานออกแบบคาเฟ่

ลูกค้าได้รับ Mood & Tone, Layout Plan, ภาพ 3D Perspective, แบบก่อสร้าง 2D และ Shop Drawing, สเปกวัสดุ (Material Specification) และแบบงานระบบไฟฟ้า ประปา ตามขอบเขตงาน

4. ทำไมต้องวางผังบาร์และครัวก่อนตกแต่ง

ผังบาร์และครัวกำหนดความเร็วในการเสิร์ฟ จำนวนพนักงาน และตำแหน่งงานระบบ เช่น ปลั๊กเครื่องชงกาแฟ ท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง และท่อดูดควัน การวางผังให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดการรื้อแก้และต้นทุนระยะยาว

5. Queen Enterprise รับทั้งออกแบบและก่อสร้างคาเฟ่ไหม

รับครบวงจรแบบ Design-Build ตั้งแต่ออกแบบ งานโครงสร้าง งานระบบ งานบิลต์อิน จนถึงงานตกแต่งและส่งมอบร้าน ทีมเดียวรับผิดชอบทั้งโครงการ

6. งานบิลต์อินในคาเฟ่ใช้วัสดุอะไร

เคาน์เตอร์บาร์ ตู้ และชั้นวางทั้งหมดผลิตจากไม้คุณภาพสูง เท่านั้น เหมาะกับพื้นที่ที่โดนน้ำและไอน้ำจากการชงกาแฟเป็นประจำ

7. รับออกแบบคาเฟ่ในพื้นที่ไหนบ้าง

ให้บริการหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับโครงการต่างจังหวัด สามารถปรึกษาทีมงานเพื่อประเมินเป็นรายโครงการ

8. เริ่มต้นปรึกษาออกแบบคาเฟ่ได้อย่างไร

โทร 096-145-2895 หรือแอด LINE @queen-interior แจ้งขนาดพื้นที่ ทำเลร้าน และสไตล์ที่ต้องการ ทีมงานจะนัดคุยรายละเอียดและสำรวจหน้างาน
← กลับสู่บริการทั้งหมด
OUR WORK

ชมผลงานของเรา